กรุงศรีคาดบาทซื้อขายในกรอบ32.50-33.00 จับตาล็อคดาวน์ยุโรป
WWW.HAMSIAM.IN.TH # แฮมสยามอินไทยแลนด์ HAM COMMUNITY OF THAILAND
วันที่ 02 ธันวาคม 2021 เวลา 01:47:34 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: หากสมาชิกท่านใดเข้ามาป่วนเว็บ หรือ ก่อกวนกระทู้บุคคลอื่น หรือ โพสข้อมูล รูปภาพ ที่ผิดต่อกฏกติกา มารยาทอันดีงามของสังคมของเรา
ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองแบบเลือกสีเลือกฝ่าย ผู้ดูแลจะพิจารณาลบข้อมูล และลบ User ท่านออกโดยขออนุญาตไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ลงผิดบอร์ด = "ลบทั้ง User และ กระทู้" นะครับ บอร์ดพูดคุยให้ความรู้ครับ ไม่ใช่พื้นที่โฆษณาเว็บพนัน

กระทู้วางลิงค์เห็นลงในซื้อขายออนไลน์ก็พออนุโลมได้ แต่อย่าไปมั่วบอร์ดพูดคุยสาระครับ มันดันกระทู้สาระความรู้ของคนอื่นหมด

สถานะเว็บไซต์ : เปิด รับสมัครสมาชิก

กรุณาอ่านก่อนโดนแบน !! : กฏระเบียบการอัพกระทู้ >>คลิกเพื่ออ่าน<<

!!! วิธีการตั้งกระทู้,ตอบกระทู้ - วิธีการโพสรูปลงเว็บบอร์ด - วิธีการโพสวีดีโอลงเว็บบอร์ด !!!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กรุงศรีคาดบาทซื้อขายในกรอบ32.50-33.00 จับตาล็อคดาวน์ยุโรป  (อ่าน 16 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Jessicas
Super Hero Member I
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2871


« เมื่อ: วันที่ 24 พฤศจิกายน 2021 เวลา 23:18:05 »


กลุ่มงานโกล.มาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)(BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังซื้อขายในกรอบ 32.56-32.86 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือนหลังออสเตรียประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ขณะที่เยอรมนีอาจจะพิจารณาใช้มาตรการควบคุมโรคเช่นกัน

ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงแสดงความกังวลต่อผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยผู้กำหนดนโยบายบางรายสนับสนุนการเร่งปรับลดขนาดมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ เพื่อปูทางให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นหากการจ้างงานยังคงฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยมูลค่า 1,984 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 18,508 ล้านบาท

กลุ่มงานโกล.มาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในยุโรป ข้อมูลจีดีพีและค่าใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลในสหรัฐฯ รายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน และการตัดสินใจของประธานาธิบดี โจ ไบเดนเกี่ยวกับประธานเฟด โดยสมมติฐานหลักของตลาดคือประธานพาวเวลล์ซึ่งจะหมดวาระลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะได้ดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งสมัย อย่างไรก็ดี หากเบรนาร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้ว่าการของเฟดได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ มีความเสี่ยงที่ค่าเงินดอลลาร์จะย่อตัวลงตามการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและการคาดการณ์ทิศทางเงินเฟ้อในระยะถัดไป ส่วนสภาพคล่องการซื้อขายในตลาดโลกอาจต่ำลงขณะที่สหรัฐฯเข้าสู่เทศกาลขอบคุณพระเจ้าในช่วงท้ายสัปดาห์

สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์จะเผยแพร่ข้อมูลส่งออกนำเข้าเดือนตุลาคม ซึ่งคาดว่ายอดการส่งออกและนำเข้ายังคงขยายตัวสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจในปี 2565 จะเติบโต 3.5-4.5% อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปไกลกว่านั้น ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากอดีตมากนักทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิมในภาวะที่บริบทโลกเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะกระแสดิจิทัลและกระแสความยั่งยืน ขณะที่ในระยะยาวหากไทยไม่ยกระดับประสิทธิภาพแรงงาน ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจจะเหลือเพียง 3% ต่อปี
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

เริ่มนับสถิติตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2556 เวลา 18.24.52 น. (วันและเวลาตอนเปิดเว็บ)
รวมเพ็จวิวทั้งสิ้นจนถึงวันนี้ free counter ครั้ง

Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF